KNOWLEDGE

GAMBERO ROSSO. TOP ITALIAN WINES ROADSHOW – BANGKOK 2026

GAMBERO ROSSO. TOP ITALIAN WINES ROADSHOW – BANGKOK 2026

Gambero Rosso - Top Italian Wine Road Show 2026 at Bangkok 🇮🇹🍷

ถ้าพูดถึง “เวทีประกวดไวน์อิตาลี” ที่คนในวงการให้ความเคารพที่สุดชื่อหนึ่ง หลายคนจะนึกถึง “Gambero Rosso”

และในปี 2026 นี้งาน Gambero Rosso - Top Italian Wine Road Show ก็กลับมาจัดที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง            ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ✨

งานนี้ไม่ใช่งานชิมไวน์ธรรมดา…แต่คือการรวมตัวของ “สุดยอดไวน์อิตาลี” ที่ผ่านการคัดเลือกจากคู่มือไวน์ระดับตำนานอย่าง Vini d’Italia ของ Gambero Rosso ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสำนักรีวิวไวน์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของอิตาลี

Gambero Rosso สำคัญยังไง?

Gambero Rosso เป็นทั้งสื่ออาหาร-ไวน์ และผู้จัดทำคู่มือไวน์อิตาลีชื่อดัง
จุดเด่นคือการ “Blind Tasting” หรือชิมแบบไม่เห็นฉลาก เพื่อให้คะแนนจากคุณภาพจริง ไม่ใช่ชื่อเสียงแบรนด์

รางวัลที่คนสายไวน์รู้จักดีที่สุดคือ
🏆 Tre Bicchieri หรือ “3 แก้ว”

ซึ่งเปรียบเหมือน Michelin Star ของวงการไวน์อิตาลีเลยก็ว่าได้

ในแต่ละปี มีไวน์ถูกชิมหลายหมื่นขวด แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้รางวัลสูงสุดนี้ พูดง่ายๆ คือ…

“ไม่ใช่ไวน์อิตาลีทุกขวด จะได้ยืนบนเวทีนี้”

ภายในงานมีอะไรบ้าง?

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยทั้งคนในวงการไวน์ ซอมเมอลิเยร์ ร้านอาหาร โรงแรม ผู้นำเข้า และสายดื่มจริงจัง 

ภายในงานมีทั้ง

  • Walk-around Tasting ให้เดินชิมไวน์จากหลายแคว้นทั่วอิตาลี

  • Masterclass โดยผู้เชี่ยวชาญไวน์อิตาลี

  • การรวมตัวของโปรดิวเซอร์ชื่อดังจาก Tuscany, Piedmont, Veneto, Sicily และอีกหลายภูมิภาค

เรียกได้ว่า เดินหนึ่งรอบ = เหมือนได้เที่ยวทั้งอิตาลีผ่านแก้วไวน์ 🇮🇹
  

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของงานนี้

หลายคนคิดว่า “ไวน์อิตาลีเข้าใจยาก” แต่พอได้ลองชิมจริง จะพบว่าเสน่ห์ของไวน์อิตาลีคือ “ความหลากหลาย”

  • บางตัวสดชื่น ดื่มง่าย

  • บางตัวเข้ม ซับซ้อน

  • บางตัวกลิ่นดอกไม้ชัด

  • บางตัวเหมาะกับสเต๊กแบบสุดๆ

และนี่คือเหตุผลที่ไวน์อิตาลีมีแฟนคลับเหนียวแน่นทั่วโลก 🍷

เพราะไม่ได้มีแค่ “รสชาติ” แต่มี “ตัวตน” ของแต่ละเมือง แต่ละภูเขา และแต่ละครอบครัวผู้ทำไวน์อยู่ในนั้น

ผู้ผลิตที่ เเละเเบรนด์ที่น่าสนใจ
สองตำนานแห่ง Tuscany ที่กล้าเชื่อใน Sangiovese ตั้งแต่วันที่โลกยังไม่เข้าใจ


1. Castello di Monsanto
" ผู้กล้าที่จะปลูกอนาคตของ Chianti Classico ด้วยการเชื่อใน Sangiovese ตั้งแต่วันที่โลกยังยึดติดกับอดีต "

🍷 Castello di Monsanto — เรื่องราวของ “กาลเวลา” ในโลกของ Chianti Classico

บางครั้ง…ไวน์ที่ดี ไม่ได้แค่ “อร่อย” แต่มันเล่าเรื่องของเวลา ผู้คน และผืนดินได้ด้วย

คำว่า Eternal, Perennial, Permanent หรือ Timeless
ล้วนเป็นคำที่เหมาะกับ Castello di Monsanto — หนึ่งในชื่อที่กลายเป็นตำนานของ Chianti Classico 🇮🇹

เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1960 เมื่อ Aldo Bianchi ชายจากเมือง San Gimignano เดินทางมาถึงไร่ Monsanto และตัดสินใจซื้อที่ดินแห่งนี้ ต่อมา Fabrizio Bianchi ลูกชายของเขา ได้เริ่มสิ่งที่ถือว่า “กล้าหาญมาก” ในยุคนั้น
ปี 1962 เขาแยกทำไวน์จากแปลง Il Poggio เพียงแปลงเดียว กลายเป็นหนึ่งใน “Cru” แรกๆ ของ Chianti Classico 

ในยุคนั้น กฎ DOC บังคับให้ Chianti ต้องใส่องุ่นขาวอย่าง Trebbiano และ Malvasia ลงไปในไวน์แดง

แต่ Fabrizio เชื่อว่า… “Sangiovese ควรเป็นพระเอก”

ปี 1968 เขาจึงตัดองุ่นขาวออกจาก blend ของ Il Poggio ทั้งหมด ถือเป็นแนวคิดที่ล้ำยุคมากในเวลานั้น
และกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันภาพลักษณ์ Chianti Classico ยุคใหม่

หลังจากนั้น ในปี 1974, Monsanto เปิดตัว Fabrizio Bianchi Sangioveto ไวน์ที่ทำจาก Sangiovese 100%
ในยุคที่คำว่า Super Tuscan ยังแทบไม่ถูกพูดถึงปีเดียวกันนั้น ยังมีการปลูกแปลง Valdigallo
ซึ่งต่อมากลายเป็นที่มาของ Chardonnay ระดับตำนานของไร่

แต่สิ่งที่น่าทึ่งไม่แพ้ไวน์… คือ “ห้องใต้ดิน”
ปี 1986 เริ่มสร้างอุโมงค์ใต้ดินยาวกว่า 300 เมตร ขุดด้วยมือจากหิน Galestro ในไร่ ใช้เทคนิคโบราณแบบ Etruscan arch
กว่าจะเสร็จสมบูรณ์คือปี 1992

ในปีล่าสุด
“Castello di Monsanto Il Poggio 2020”
ก็ได้รับรางวัล “Tre Bicchieri” หรือ “3 แก้วทอง” จาก Gambero Rosso

รางวัลสูงสุดของวงการไวน์อิตาลี ที่มอบให้เพียงไม่กี่ร้อยขวด จากไวน์นับหมื่นขวดในแต่ละปี

นี่ไม่ใช่แค่การการันตีคุณภาพ แต่คือการยืนยันว่า Il Poggio ยังคงเป็นหนึ่งในสุดยอด Chianti Classico ของ Tuscany

ไวน์ที่สะท้อนพลัง ความสง่างาม และจิตวิญญาณของ Sangiovese ได้อย่างชัดเจนที่สุดขวดหนึ่งของอิตาลี


ทั้งหมดนี้… เพื่อให้ไวน์ได้พัก และเติบโตอย่างสง่างาม Castello di Monsanto จึงไม่ใช่แค่ชื่อไวน์

แต่คือบทพิสูจน์ว่า…
“กาลเวลา” สามารถบรรจุลงในขวดได้จริง ⏳🍷

____________________________________________
2. Montevertine
" ไร่ไวน์ที่ไม่วิ่งตามโลก…แต่ทำให้โลกวิ่งตาม "

เมื่อ “ความดื้อ” กลายเป็นตำนานของ Sangiovese

ในโลกไวน์อิตาลี มีหลายไร่ที่โด่งดังเพราะความหรูหรา บางไร่ดังเพราะคะแนน บางไร่ดังเพราะราคาประมูล

แต่ Montevertine กลับเป็นไร่ที่โด่งดังเพราะ “ความเชื่อ”

ความเชื่อว่า… Sangiovese ดีพอจะยืนด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งองุ่นต่างชาติ
และไม่ต้องประนีประนอมกับกฎที่ทำลายตัวตนของมัน


เรื่องราวเริ่มขึ้นในปี 1967 เมื่อ Sergio Manetti นักธุรกิจเหล็กจาก Florence ซื้อบ้านพักตากอากาศเล็กๆ บนเนินเขาแห่ง Radda in Chianti ตอนแรก...เขาเพียงปลูกองุ่น 2 เฮกตาร์ และทำไวน์ไว้ดื่มกับครอบครัวและเพื่อน แต่หลังจากไวน์รุ่นแรกในปี 1971 ได้รับคำชมอย่างมาก Sergio ก็ตัดสินใจทิ้งธุรกิจเดิม เพื่ออุทิศชีวิตให้กับไวน์เต็มตัว

สิ่งที่ทำให้ Montevertine กลายเป็น “ตำนาน” คือการที่ Sergio เลือกเดินออกจากระบบ Chianti Classico

ในยุคนั้น กฎหมายบังคับให้ใส่องุ่นขาวอย่าง Trebbiano ลงไปในไวน์ Chianti แต่ Sergio เชื่อว่า Sangiovese แท้ๆ ต่างหาก คือหัวใจของ Tuscany เขาจึงยอมไม่ใช้ชื่อ Chianti Classico และผลิตไวน์ในแบบที่ตัวเองเชื่อแทน

ผลลัพธ์คือไวน์ชื่อ “Le Pergole Torte” ไวน์ 100% Sangiovese ที่กลายเป็นหนึ่งในไวน์ระดับ cult ของอิตาลี
และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ผลิตจำนวนมากหันมาทำ Sangiovese แบบจริงจัง

Montevertine ไม่ได้ทำไวน์ให้ “หนัก” เพื่อเอาชนะคนดื่ม
แต่ทำไวน์ที่มีความละเอียดอ่อน เต็มไปด้วยกลิ่นเชอร์รีแดง ดอกไม้แห้ง ชา สมุนไพร และความเป็น Tuscany แบบแท้จริง
ในปีล่าสุด
“Montevertine 2022”
ก็ได้รับรางวัล “Tre Bicchieri” หรือ “3 แก้วทอง” จาก Gambero Rosso 

รางวัลที่ถือเป็นเกียรติสูงสุดของวงการไวน์อิตาลี เพราะจากไวน์นับหมื่นขวดในแต่ละปี
มีเพียงไม่กี่ร้อยขวดเท่านั้นที่ได้รับรางวัลนี้

Montevertine 2022 ยังได้รับ 95 คะแนนจาก James Suckling และ 97 คะแนนจาก Antonio Galloni อีกด้วย

นี่ไม่ใช่แค่การการันตีคุณภาพ
แต่เป็นการยืนยันว่า Montevertine ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ผลิต Sangiovese ที่สำคัญที่สุดของ Tuscany
  

อีกสิ่งที่คนรักไวน์จดจำได้ทันที คือ “ฉลากผู้หญิง” ผลงานศิลปะของ Alberto Manfredi
ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Montevertine มาหลายสิบปี

ใบหน้าบนฉลากเปลี่ยนไปทุก vintage แต่จิตวิญญาณของไวน์ยังเหมือนเดิมเสมอ นิ่ง สง่า ละเอียดอ่อน และจริงใจ

ในภาพนี้ ยังมีไวน์พิเศษอย่าง
“Il Duemilaventuno di Sergio Manetti”

ไวน์ที่ผลิตขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 100 ปีวันเกิดของ Sergio Manetti
ผลิตเพียง 1,000 Magnum เท่านั้น และได้รับ 100 คะแนนจาก Vinous

เหมือนเป็นบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดของ Montevertine ไร่ไวน์ที่เริ่มต้นจากบ้านพักตากอากาศเล็กๆ
แต่สุดท้าย กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่ทรงอิทธิพลที่สุดของ Sangiovese ในโลกไวน์อิตาลี

บางที… Montevertine อาจไม่ได้เป็นไวน์ที่เสียงดังที่สุดใน Tuscany

แต่เป็นหนึ่งในไวน์ที่พูดถึง “จิตวิญญาณของ Tuscany” ได้ชัดที่สุดเสมอ
____________________________________________

ดังนั้นงาน Gambero Rosso - Top Italian Wine Road Show ไม่ใช่แค่งานชิมไวน์

แต่มันคือเวทีที่รวม “ตัวแทนของไวน์อิตาลีระดับแถวหน้า” เอาไว้ในที่เดียว

สำหรับคนรักไวน์ นี่คืองานที่ได้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ และแรงบันดาลใจในแก้วเดียว 🍷✨

KNOWLEDGE RELATE :